Article_8.jpg

 

ออกกำลังกายแบบไหนไกลมะเร็ง ! ชวนขยับกายให้หัวใจเต้นแรง เคล็ดลับสร้างภูมิดีต้านโรคร้าย

รู้หรือไม่ ? ทุกคนมีโอกาสเป็น ‘มะเร็ง’

แม้แต่คนที่มั่นใจมาตลอดว่าสุขภาพแข็งแรงดี ไม่มีโรคประจำตัว และไม่เคยเจ็บป่วยร้ายแรงถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล ก็ยังคงมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งได้ เพราะว่าภายในร่างกายของเราทุกคนประกอบด้วยเซลล์สร้างขึ้นใหม่ที่อาจกลายพันธุ์ไปเป็นเซลล์มะเร็งได้ทุกเมื่อ

 

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่ากังวลยิ่งกว่าก็คือ นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 เป็นต้นมา จำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งที่มีอายุต่ำกว่า 50 ปีกลับพุ่งสูงขึ้นมากถึง 79% กลายเป็นปัญหาที่เรียกว่า

 

Article_8_content_1.jpg

 

Early-onset Cancer หรือ การเป็นมะเร็งก่อนวัยอันควร

โดยเฉพาะคน Gen Y ที่อยู่ในวัยสร้างความมั่นคงให้ชีวิต หลายคนเลือกทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ให้กับการทำงานหามรุ่งหามค่ำมากกว่าการดูแลสุขภาพร่างกาย ยอมนอนไม่เป็นเวลา พักผ่อนน้อย ดื่มแอลกอฮอล์หนัก และไม่ได้ออกกำลังกาย โดยไม่ทันได้รู้ตัวว่า พฤติกรรมทำลายสุขภาพเหล่านี้ กำลังเป็นภัยเงียบที่เพิ่มความเสี่ยงให้คน Gen Y ป่วยเป็นมะเร็งไวขึ้น

 

หนทางที่ดีที่สุดคือการกลับมาใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองให้ห่างไกลมะเร็งด้วย Hard Exercise หรือ High Intensity Exercise ซึ่งเป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่มีความเข้มข้นสูง ในบทความนี้ LIVE TO LIFE อยากชวนทุกคนทำความเข้าใจโรคมะเร็งและหาคำตอบร่วมกันว่า ทำไมการออกกำลังกายให้หัวใจเต้นแรง จึงเป็นวิธีสร้างภูมิดีต้านโรคมะเร็งได้ ?

 

‘มะเร็ง’ ภัยเงียบที่อยู่ใกล้ตัวทุกคน

ข้อมูลจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า โรคร้ายที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับ 1 คือ ‘มะเร็ง’ และ ‘เนื้องอก’ เพราะแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้สูงถึง 67,000 คน หมายความว่าทุก ๆ 8 นาที จะมีคนไทย 1 คนที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง และมีผู้ป่วยใหม่ราว 140,000 คนต่อปี หรือประมาณ 400 คนต่อวัน ที่น่าตกใจมากไปกว่านั้นคือ กลุ่มคน Gen Y กำลังเป็นกลุ่มเสี่ยงใหม่ที่ต้องเริ่มระมัดระวังตัวเองให้ห่างไกลจากมะเร็งตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะลุกลามบานปลายจนสายเกินกว่าจะรักษา

 

Article_8_content_2.jpg

 

แต่หนึ่งในความเข้าใจผิด ๆ ที่ทุกคนควรรู้ก่อน เพราะคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงก็คือ ถ้าพ่อแม่เป็นมะเร็ง เท่ากับให้ทำใจล่วงหน้าไว้ได้เลยว่าตัวเองมีโอกาสเป็นมะเร็งชนิดเดียวกันแน่ ๆ ถึงแม้ว่ามะเร็งสามารถถ่ายทอดผ่านกรรมพันธุ์ได้ แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นกลับมีเพียง 5-10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

 

ในทางตรงกันข้าม หากไม่มีใครในครอบครัวเป็นมะเร็ง แสดงว่าสบายใจได้ เพราะไม่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเลย ก็ไม่ใช่ความเข้าใจที่ถูกต้องเช่นเดียวกัน เพราะว่าสาเหตุหลักของโรคมะเร็งกว่า 90-95 เปอร์เซ็นต์ นั้นเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติโดยไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับกรรมพันธุ์ ส่วนใหญ่เป็นความเสื่อมของเซลล์ตามอายุและอาการอักเสบเรื้อรังของร่างกาย หรือไม่ก็อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ทำให้ได้รับสารก่อมะเร็งอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานจนแสดงอาการป่วยออกมาในที่สุด

 

สำหรับคนที่อยากรู้ว่า ตัวเองมีพฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อโรคมะเร็งหรือไม่ ? LIVE TO LIFE แนะนำให้ทบทวนไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมในชีวิตประจำวันด้วยชุดคำถาม Self-checkup 12 ข้อต่อไปนี้

  1. ทำงานหรืออยู่ที่โล่งแจ้ง ตากแดดตากลมทั้งวัน เผชิญฝุ่นควันบ่อย
  2. สูบบุหรี่จัด ทั้งบุหรี่มวนและบุหรี่ไฟฟ้า หรืออยู่ใกล้ชิดกับคนที่สูบบุหรี่
  3. มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
  4. ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกวัน ปริมาณมากกว่า 2 แก้ว
  5. กินอาหารดิบ โดยเฉพาะสัตว์น้ำจืด เช่น ปลา กุ้ง และหอย
  6. ไม่ชอบออกกำลังกาย มีพฤติกรรมเนือยนิ่ง ไม่ค่อยขยับเขยื้อนร่างกาย
  7. มีภาวะอ้วน ชอบอาหารไขมันสูง ต้องปิ้งย่างเนื้อสัตว์ให้ไหม้เกรียมก่อนกิน
  8. ไม่กินผัก ชอบอาหารแปรรูป อาหารหมักดอง และอาหารบรรจุกระป๋อง
  9. เป็นกรดไหลย้อนเรื้อรัง
  10. ขับถ่ายไม่เป็นเวลา ท้องอืด ท้องผูกบ่อย ถ่ายปนเลือด
  11. รู้สึกไม่สบายตัว เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่อยากอาหาร น้ำหนักลง
  12. จิตตก เคร่งเครียดตลอดเวลา รู้สึกกดดันไม่มีความสุขในชีวิต

 

คนที่ยิ่งมีพฤติกรรมเข้าข่ายชุดคำถาม Self-checkup มากเท่าไหร่ ยิ่งตกอยู่ในความเสี่ยงก่อโรคมะเร็งได้มากเท่านั้น เพราะทุกพฤติกรรมในแต่ละข้อ ล้วนมีส่วนกระตุ้นให้เซลล์ในร่างกายผิดปกติและกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็งหรือเนื้อร้ายได้

 

ทั้งนี้ ชุดคำถาม Self-checkup 12 ข้อ เป็นเพียงการสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงเบื้องต้นเท่านั้น หากยังรู้สึกกังวลและต้องการคัดกรองมะเร็งให้แน่ชัด LIVE TO LIFE แนะนำให้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยมะเร็งจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียด เพื่อความแม่นยำในการระบุชนิด ระยะของโรค และวางแผนการรักษาได้อย่างทันท่วงที เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาและลดอัตราการเสียชีวิต

 

Article_8_content_3.jpg

 

ขยับกายให้ ‘ใจเต้นแรง’ ต้านมะเร็ง

กลับเข้าสู่คำถามสำคัญที่ว่า ทำไมการออกกำลังกายให้หัวใจเต้นแรง จึงเป็นวิธีสร้างภูมิดีต้านโรคมะเร็งได้ ?

 

ต้องเข้าใจกลไกการทำงานของร่างกายก่อนว่า ขณะออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาที่ทำให้หัวใจเต้นแรงอย่างต่อเนื่อง สมองจะยิ่งหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีน (Adrenaline) ออกมา นอกจากจะทำให้ร่างกายตื่นตัวแล้ว ยังกระตุ้นให้เซลล์ภูมิคุ้มกันหรือเซลล์เม็ดเลือดขาวเข้าสู่ในกระแสเลือดไปทั่วร่างกาย โดยเฉพาะชนิดที่เรียกว่า Natural Killer Cells เป็นเซลล์นักฆ่าที่คอยตรวจจับและกำจัดเซลล์ผิดปกติได้อย่างแม่นยำ ไม่ให้หลุดรอดจนกลายพันธุ์ไปเป็นเนื้อร้ายและมะเร็ง

 

แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจมากกว่าเดิม คือผลการศึกษาล่าสุดของ Newcastle University สหราชอาณาจักร ซึ่งยืนยันได้ว่า Hard Exercise หรือ High Intensity Exercise ที่เน้นการออกกำลังกายให้หัวใจเต้นเร็วภายในช่วงเวลาสั้น ๆ แค่ 10 นาที สามารถยับยั้งการเกิดและการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ตั้งแต่ต้นตอ เพราะจะยิ่งกระตุ้นให้เซลล์นักฆ่าเข้าสู่กระแสเลือดได้มากขึ้น พร้อมกับหยุดการทำงานของยีนไม่ให้เซลล์ปกติเกิดการกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็ง รวมถึงต่อต้านการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย ทำให้เซลล์มะเร็งขาดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการขยายตัว

 

ดร. แซม ออเรนจ์ (Dr. Sam Orange) แพทย์ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพและสรีรวิทยาการออกกำลังกาย หัวหน้าคณะผู้วิจัยของการศึกษานี้ย้ำถึงความสำคัญและความจำเป็นของการออกกำลังกายแบบ Hard Exercise หรือ High Intensity Exercise ว่า “ไม่ได้ส่งผลดีต่อเซลล์ที่แข็งแรงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ลึกถึงระดับยีนในเซลล์มะเร็ง เพื่อไม่ให้เติบโตไปเป็นเนื้อร้าย”

 

ก่อนหน้านี้ แพทย์อาจแนะนำกว้าง ๆ ว่า ให้ทุกคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อร่างกายของเราจะได้ห่างไกลโรค แต่ถ้าอ้างอิงข้อค้นพบจากการศึกษานี้ แพทย์จะสามารถระบุรูปแบบของการออกกำลังกายที่ช่วยต้านมะเร็งได้เจาะจงมากขึ้น คือเน้น Hard Exercise หรือ High Intensity Exercise ที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ระหว่าง Aerobic Zone และ Anaerobic Zone โดยมีวิธีสังเกตได้ง่าย ๆ ว่าเป็นระดับที่เหนื่อยจนหายใจแรง พูดได้เป็นคำ ๆ เท่านั้น

 

ตัวอย่างการออกกำลังกายแบบ Hard Exercise หรือ High Intensity Exercise ที่น่าสนใจ ได้แก่

  • วิ่งเร็ว : เร่งวิ่งสุดกำลังเป็นเวลา 30 วินาที สลับเดินเร็วหรือวิ่งเหยาะ 30 วินาที ทำวนไปจนครบ 10 นาที
  • ปั่นจักรยาน : ปั่นแบบเร่งความเร็วหรือเพิ่มแรงต้านให้รู้สึกว่าขาต้องออกแรงหนักต่อเนื่อง
  • กระโดดเชือก : กระโดดด้วยความเร็วคงที่ 1 นาที พัก 10-15 วินาที ทำวนไปเรื่อย ๆ จนครบ 8 รอบ
  • ว่ายน้ำ : ว่ายด้วยความเร็วสูงสุดสลับเบา ว่ายเร็ว 30 วินาที พัก 10-15 วินาที

 

ถึงแม้เราทุกคนจะตั้งใจดูแลตัวเองอย่างเต็มที่ ทั้งออกกำลังกายเป็นประจำ พักผ่อนให้เพียงพอ และเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่สาเหตุของโรคมะเร็งบางชนิดก็อาจควบคุมยากกว่าที่คิดหรืออยู่เหนือการควบคุม อย่างมลภาวะที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน การเตรียมความพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนของสุขภาพด้วยประกันโรคร้ายแรงอย่าง ‘ประกันมะเร็ง’ จึงเป็นหนทางที่ช่วยวางแผนด้านสุขภาพและสร้างความอุ่นใจให้คน Gen Y ได้ เพราะราคาของการป้องกันย่อมถูกกว่าราคาของการรักษาเสมอ

 

LIVE TO LIFE ขอแนะนำประกันมะเร็งของไทยประกันชีวิต เฮลท์ ฟิต มัลติเพย์ แคนเซอร์ ให้ความคุ้มครองการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งทุกระยะ ตรวจพบมะเร็งระยะไม่ลุกลามจ่าย 20%* ตรวจพบมะเร็งระยะ ลุกลามจ่าย 100%* และคุ้มครองการกลับมาเป็นมะเร็งซ้ำ มีเงินชดเชยกรณีเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลจากการเป็นมะเร็งระยะลุกลามครั้งแรก จ่าย 1%* (สูงสุดไม่เกิน 5,000 บาทต่อวัน) เคลมโรคมะเร็งระยะลุกลามครั้งแรกแล้ว ยังได้รับความคุ้มครองผลประโยชน์อื่น ๆ ต่อ โดยไม่ต้องชำระเบี้ยสัญญาเพิ่มเติมนี้อีก นอกจากนี้เบี้ยประกันยังสามารถลดหย่อนภาษีได้บางส่วน**

 

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
**สิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

  • ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดของกรมธรรม์ประกันภัยก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

 

พร้อมรับบริการพิเศษเฉพาะลูกค้าไทยประกันชีวิต Health Care Solutions ครอบคลุมการดูแลและตอบทุกความต้องการเรื่องสุขภาพ ดังนี้

  • ไทยประกันชีวิต Hotline เคลื่อนย้ายผู้ป่วยฉุกเฉินฟรี เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย ทุกที่ ทั่วโลก
  • ไทยประกันชีวิต Medical Second Opinion ให้คุณมั่นใจเมื่อต้องเผชิญโรคต่าง ๆ ด้วยบริการให้คำปรึกษาความเห็นที่ 2 จากแพทย์
  • ไทยประกันชีวิต Medicare หมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย บริบริการสำรองค่ารักษาพยาบาล
  • ไทยประกันชีวิต International Claims Solutions หมดกังวลเมื่อเดินทาง ด้วยบริการสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ในต่างประเทศ กรณีประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยระหว่างเดินทาง
  • ไทยประกันชีวิต Telemedicine ใกล้ไกลก็ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน Video Conference
  • เพราะ ‘มะเร็ง’ เป็นเรื่องใหญ่ที่ใครก็ชะล่าใจไม่ได้ หากป่วยเป็นโรคมะเร็ง ชีวิตอาจพลิกผันและสั่นคลอนทันทีจากภาระในการรักษาพยาบาล การทำประกันมะเร็งจึงเท่ากับการวางแผนสร้างเกราะคุ้มกันด้านการเงินที่แข็งแกร่งให้ตัวเองและคนข้างหลัง เพื่อให้ใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างมีความสุขและไร้กังวล

 

อ้างอิง

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. 5 ทำ 5 ไม่ ห่างไกลมะเร็ง. https://bit.ly/45LeN9C
Zhao J, et al. (2023). Global trends in incidence, death, burden and risk factors of early-onset cancer from 1990 to 2019. BMJ Oncology, 2(1), e000049. https://doi.org/10.1136/bmjonc-2023-000049
Newcastle University. Could just 10 minutes of intense exercise fight cancer?. https://bit.ly/45HcxAg
ScienceDaily. Just 10 minutes of exercise can trigger powerful anti-cancer effects. https://bit.ly/3ZcSqWW


บทความสำหรับคุณ

บทความทั้งหมด